Join MultiplyOpen a Free ShopSign InHelp
MultiplyLogo
SEARCH

ทำ...ดี...ไม่ต้อง...อาย

Homeทำดีไม่ต้อง..อาย..อย่าเสียดายเมื่อ..ทำดี
  web stats 

ธ ทรงเมตตาการุณย์เป็นยิ่งนัก

ธ ทรงรักเอาใจใส่คอยห่วงหา

แม้เหน็ดเหนื่อยไม่ทรงย่อท้อระอา

ปวงประชาน้อมถวายพระพรชัย

ขอพระองค์ทรงพระเกษมสุข

ขอความทุกข์หลีกหนีให้ห่างหาย

๘๒ ปีกษัตราผู้เกรียงไกร

ร้อยดวงใจพสกนิกรน้อมถวายพระพร



ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระชนม์ยิ่งยืนนาน

.......ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ......
ข้าพระพุทธเจ้า ครอบครัวทำดีไม่ต้องอาย



มาอวด...ดี กับทุกๆเรื่องราว ที่เรารู้จักที่จะให้...

โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน สังคมที่ดี เริ่มต้นที่เรา...

ทำดีไม่ต้อง..อาย..อย่าเสียดายเมื่อ..ทำดี





จิตสาธารณะ หรือ จิตสำนึกสาธารณะ
(Public Consciousness)

มาร่วมกันสร้าง จิตอาสาให้เกิดขึ้น


เพราะเป็นการเรียกน้ำใจงามของคนไทย ให้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง

และควรจะต้องดีขึ้นกว่าเดิม เพราะ จะไม่จำกัดอยู่เฉพาะญาติมิตร เพื่อน

หรือคนรู้จักเท่านั้น แต่ควรต้องเผื่อแผ่ ดูแลสังคมไทย ดูแลสิ่งแวดล้อม ชุมชน

ตลอดจนปัญหาต่างๆรอบๆตัวร่วมกัน ร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ

ทำดีให้เป็นรูปธรรมกันมากขึ้นใน ไม่เพียงแต่ รอดูว่า ใครจะรับผิดชอบเรื่องอะไร

แต่ควรต้องออกมา มีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วยกัน

เราจะช่วยเหลือเสียสละอะไรให้แก่คนอื่นได้บ้าง

อย่างเต็มอกเต็มใจ แบบเพื่อนช่วยเหลือกัน มีน้ำใจให้แก่กัน

แม้ในเรื่องที่มิใช่เรื่องที่จะมีผลกระทบกับเราตรงๆก็ตาม

สามารถแสดงออกมาได้ในหลายรูปแบบ


ที่เป็นตัวตั้ง ตัวดี ในการให้ประเทศที่ร่ำรวย ยกหนี้ ให้ประเทศที่ยากจน

เคยได้รับรางวัลเกียรติยศจากผลงานมาหลายครั้ง เช่น

ได้รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์เกียรติยศชั้นอัศวิน

จาก สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ

และเคยได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลแห่งปี จากนิตยสารไทม์ด้วย


บิล เกตส์ คนที่รวยที่สุด เป็นผู้ให้การสนับสนุนสังคมรายใหญ่ที่สุดของโลก


ดาราภาพยนตร์ แองเจลลิน่า โจลี่ ที่ช่วยเหลือประเทศเขมรหลายด้าน

จนได้เป็นทูตสันติภาพขององค์การสหประชาชาติ


ในหนังสือเล่มล่าสุดของ Gardner ได้ชี้ให้เห็นและเน้นความสำคัญของ “ความฉลาดหรือทักษะ” ซึ่ง Gardner ใช้แทนด้วยคำว่า “จิต” (Mind) ทั้ง 5 ประการที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ในทุกๆด้านในโลกยุคศตวรรษที่ 21 ซึ่งจิตทั้ง 5 นั้นประกอบไปด้วย

1.จิตแห่งวิทยาการ (Disciplined Mind) หมายถึง “การเรียนรู้ตลอดชีวิต คิดเป็น ทำเป็น”

2.จิตแห่งการสังเคราะห์ (Synthesizing Mind) หมายถึง “การสั่งสม ต่อยอด และสร้างนวัตกรรมความรู้”

3.จิตแห่งการสร้างสรรค์ (Creating Mind) ที่เชื่อว่า “ความคิดสร้างสรรค์สร้างด้วยการหมั่นฝึกฝน”

4.จิตแห่งความเคารพ (Respectful Mind) หมายถึง “การเปิดใจกว้างพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น” และ

5.จิตแห่งคุณธรรม (Ethical Mind) อันสรุปได้ว่า “ความรู้คู่คุณธรรม นำการพัฒนา”

Gardner ยังได้เน้นว่า จิตทั้ง 5 นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อมนุษย์ในโลกยุคใหม่ และจะต้องมีครบทั้ง 5 จิต จะขาดจิตใดจิตหนึ่งไปเสียไม่ได้ เพราะจิตทั้ง 5 มีผลต่อการพัฒนาตัวบุคคลทั้งในแง่การทำงานและการดำเนินชีวิต ซึ่งจะส่งผลให้สังคมมีคนที่มีคุณภาพ โดยจะกลายเป็นพลังในการที่จะขับเคลื่อน องค์กร สังคม และประเทศชาติให้ก้าวไปสู่จุดมุ่งหมาย และยืนหยัดอยู่ภายใต้การแข่งขันในโลกยุคใหม่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน




สำนึกสาธารณะ (Public Mind)

คนไทยทุกคน ต้องมีสำนึกสาธารณะ
ประกอบด้วย P+U+B+L+I+C = Public = สาธารณะ

1. Professional ทำงานแบบมืออาชีพ คนไทยทุกคนที่คิดใหม่ ทำใหม่จะต้องเป็นมืออาชีพ (profession) รู้ลึกในหน้าที่ๆ รับผิดชอบ รู้รอบในงานที่เกี่ยวข้อง ต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา หาความรู้ใหม่เสมอ

2. Unity เอกภาพ ค่านิยมใหม่ต้องเป็นไปในทิศทางของความสามัคคีในหมู่คณะ ไม่กลัวกันได้หน้า หรืออิจฉาริษยา กัน ควรจะฝึกการทำงานเป็นทีม เพราะการที่คนในองค์กรมีเอกภาพ จะช่วยให้การขับเคลื่อนภาระงานเพื่อมวลประชา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีหลายองค์กรที่คนในองค์กรกลัวกันได้ดี เลยไม่มีใครทำอะไร คนไทยทุกคนก็ไม่ได้อะไรด้วย แต่ในความเป็นเอกภาพก็ยอมให้มีความแตกต่างได้ แต่อย่าแตกแยก

3. Believe ความเชื่อ คนไทยทุกคนจะต้องทำงานด้วยความเชื่อ เชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้า เชื่อในสิ่งที่ถูกต้อง แล้วยึดให้มั่น ถ้าคนไทยทุกคนขาดแล้วซึ่งความเชื่อ การทำงานก็จะขาดพลัง

4. Locally ภูมิปัญญาท้องถิ่น คนไทยทุกคนจะต้องเป็นผู้ที่เชื่อและศรัธทาในความเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ ของภูมิปัญญาไทย ลอความเชื่อทันสมัยนิยมลง (Modernization) Local wisdom ในด้านต่างๆ จะนำไปสู่การแก้ปัญหา อย่างเป็นระบบและเข้ากับบริบทของสังคมไทย คนไทยทุกคน ต้องเลิกดูถูกภมิปัญญาของคนในระดับรากหญ้า แล้ว หันไปสู่วิถีของการเรียนรู้ร่วมกัน เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ในชุมชน

5. Integrity ความซื่อสัตย์ คนไทยทุกคนจะต้องยึดเอาคาวมซื่อสัตย์เป็นที่ตั้ง เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม คิดดี ทำดี เพื่อชาติ งานทุกชิ้นจะต้องตรวจสอบได้ มีความโปร่งใส

6. Creative สร้างสรรค์ คนไทยทุกคนจะต้องคิดและทำงานที่สร้างสรรค์ พัฒนานวัตกรรม (innovation) ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นกับสังคม ต้องไม่หยุดนิ่ง ต้องมีความเป็นพลวัต ทั้งนี้ก็เพื่อประชาชนและประเทศชาติ


หากวันนี้ ถ้าเพียงคนไทยร้อยละ 10 จากจำนวน 64 ล้านคน บริจาคเวลาว่างของตนเพียงเดือนละ 3 ชั่วโมงเสียสละเพื่อส่วนรวม เราจะได้เวลากว่า 19 ล้านชั่วโมงต่อเดือน ในการทำสิ่งดี ๆ ให้สังคม ย่อมจะส่งผลทำให้ทุก ๆ ส่วนในสังคมไทยน่าอยู่ยิ่งขึ้น ลดภาระของภาครัฐได้ในระยะยาวอันเป็นการแก้ไขปัญหาสังคมที่ยั่งยืน



เรามุ่งแต่สอนให้ลูกเรา "เจริญทางสมอง" เพื่อเป็นคนเก่ง คิดเก่ง วางแผนเก่ง

แล้ว จิตวิญญาณของเขาล่ะจะเป็นอย่างไร

“ชีวิต” และ “ความเป็นมนุษย์”
...จริยธรรม...และ...ความดี

การศึกษาไทยขณะนี้มัวให้ความสนใจแต่การทดสอบ และแข่งขัน
เอาแนวทางฝรั่งมาพัฒนาเด็กไทย จนจะเป็นเด็กไทยใจเป็นทาส(ต่างชาติ)ไปหมดแล้ว


ประเด็นน่าใส่ใจมากคือ เรื่องสุขภาวะทางจิตวิญญาณ มีตัวอย่างหลายครั้ง แสดงให้เห็นว่าเด็ก-เยาวชน กำลังบริโภควัตถุและเสพสุขจากการบริโภควัตถุนั้นตลอดเวลา เรื่องที่ควรทราบคือความสุขที่ได้จากการบริโภควัตถุนั้นไม่มีวันเต็ม ต้องหาใหม่และบริโภคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ปัญหาหลักๆ ของเยาวชนคือเรื่องเซ็กซ์ ยาเสพติด เกม และความรุนแรง

ประเด็นร่วมคือ ความเร็ว
"เกมฆ่าคน" สามารถเหนี่ยวนำคนคนหนึ่งให้ลุกไปฆ่าคนได้หรือไม่?

เล่นเกมก็เสพสุขเร็ว รู้สึกตึงเครียดก็ระบายออกด้วยความรุนแรงถือเป็นการหาความสุขที่เร็ว

สุขแต่ช้า ไม่เอาดีกว่า
เทียบกับการเสพสุขจากการอ่านหนังสือ เล่นดนตรี เล่นกีฬา ทำงานศิลปะ ไปบำเพ็ญประโยชน์ นั่งสมาธิเจริญสติ เหล่านี้ให้ความสุขช้า ช้ากว่าหรือช้ามาก

กิจกรรมเก่าแก่ อธิบายไปก็แค่นั้นเรา(ผู้ใหญ่)ไม่สนใจ เด็กๆจะแลหรือครับ

แล้วจะไปกันอย่างไร...

วันหนึ่งที่ค่าย ศิลปะเขียนทะเล
ถามเด็กๆ ว่าโตขึ้น อยากเป็นอะไร ....ตอบ อยากเป็นคนรวยมากๆ

ครูแหลม น้ำตาไหลเลยครับ...

ถามต่อ มีเงินมากๆแล้วเอาไปทำอะไร ....ตอบ มีเงินซะอย่างอ่ะครู ซื้อได้หมด อยากได้อะไรก็ได้ ทะเลาะกับใครก็เอาปืนไปยิง ให้ตายเดี้ยงไปเลย

ครูแหลม ก็ติดคุกนะซิ ...ตอบ ไม่ติดหร็อกครู ก็รวยไง เอาเงินให้ตำรวจล้านๆไปเลย ไม่เอาก็โง่

ครูแหลม .................!!!!!!!!!!!!!!!!!!!.........


ช่วยครูแหลมด้วยครับ พี่น้อง !!!!!
.
Blog Entryทุกเรื่องราว ของความดี
ภาพยนต์โฆษณาทางโทรทัศน์ "ดีนอก ดีใน"  ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน  ความยาว 60 วินาที  โดยใช้เพลง เกิดมาพึ่งกัน  ขับร้องโดย ป๊อด โมเดิร์นด๊อก    http://www.... more
Previous blog entries:
Sep 29-=ร่วมถวายพระพร=
Sep 20-= ประเทศไทยเรา เจริญเติบโตมาได้ เพราะมีคนขยัน =
Aug 15-= ชีวิตเรา...ก็เหมือนสะพาน =
ทำดีไม่ต้อง...อาย's favorite blog entries:
Nov 5-"ประโคมเพลง ประเลงถวาย" ฟังแล้ว...น้ำตาไหลครับ รักท่าน....
Oct 6-เรามุ่งแต่สอนให้ลูกเรา "เจริญทางสมอง" เพื่อเป็นคนเก่ง คิดเก่ง วางแผนเก่ง
Sep 17-"พิพิธภัณฑ์ศูนย์กรุงธนบุรีศึกษา" หรือ "บ้านเอกะนาค"
Sep 11-๏ หยุดน้ำเน่า ๏
Sep 9-ครูผู้ดีเดิมพันเพื่อของขวัญน้องชาย ใช้ชีวิตพอเพียง1วัน1ปอนด์ตลอดปี
Sep 2-อนุพงษ์ จันทร เจ้าของภาพ “ภิกษุสันดานกา” รับรางวัล “ศิลปินชั้นเยี่ยม”
Aug 31-Blog TV สำนักข่าวข้างถนน : ประชาชนมา(ประท้วง)ทำไม?1
Aug 21-ด่วน!! ดูชัดๆพื้นที่สร้างสภาใหม่ ไล่ประชาชน !!
Aug 14-จักรยานเป็นขยะบนถนนหรือไม่?
Aug 1-"ผึ้งหลวง"นับหมื่นหน้าศาลหาย หลังตัดสินจำคุก"อ้อ"เลี่ยงภาษี
Jul 27-Blog TV - กุฎีจีนและขนมฝรั่งโปรตุเกส ๒๐๐ ปี (จบ)
Jul 22-กอดแม่...ขณะยังมีแม่ให้กอด
Jul 21-วิทยาลัยช่างศิลป์ ประดิษฐ์ลาย "ดอกแก้วกัลยา" เนรมิต "ฉากบังเพลิง" ส่งเสด็จ
Jul 19-จับเท็จ ปตท. กรณี “นำเข้าก๊าซหุงต้ม”
Jul 18-๏ เพื่อใคร ๏
Jul 8-๏ เสียศักดิ์ เสียศรี ๏
Jul 5-Blog TV คนโง่...ขี่จักรยาน - กุฎีจีนและขนมโปรตุเกส ๒๐๐ ปี
Jul 4-เพลง รักยุคไฮเทค
Jul 2-เราผลิต LPG ได้ปีละประมาณ 3,200 ล้านลิตร ที่เหลืออีก 2,200 ล้านลิตร หายไปไหนครับ???
Jun 27-วิลิต เตชะไพบูลย์" อำลาไฮโซฯ เป็นเกษตรกรชั่วชีวิต
Jun 15-Blog TV - คนโง่ปั่นจักรยาน ตอน แรกมี..สะพานเหล็กในสยาม
May 29-Blog TV - คนโง่ปั่นจักรยาน ตอน..คนโง่กับรางรถคู่สุดท้าย
Apr 25-คนโง่...ขี่จักรยาน (โง่ตั้งแต่ต้นจน..จบ)
Apr 21-Blog Talk - สนทนากับท่าน ว.วชิรเมธี "ทำดีไม่ต้องอาย"
Apr 20-รถเข็นของลุงทม
Apr 18-แล้วความสงบก็กลับมาสู่เมือง
Apr 18-น้ำใจพ่อค้า
Apr 11-สวัสดีสงกรานต์
Apr 10-ไก่ปิ๊บ...น้ำลายยยยยยย....หยดดดดด
Apr 6-"จากเมือง สู่ดอย ครูกบ ติดดอย"
Apr 6-มูลนิธิ กระจกเงา
Apr 3-ทายสิคืออะไร-----------------คำเฉลยอยู่ด้านล่าง
Apr 3-ความรู้แม่บ้าน :ใช้ยาสีฟันล้าง องุ่นก่อนทาน
Apr 2-"พิพิธภัณฑ์มิวเซียมสยาม" ประวัติศาสตร์ไทยไม่น่าเบื่อ
Apr 2-"หนูว่ากางเกงในมันเล็กลง"
Apr 2-ทำปิ๊ง"หัวนม" เรื่องฝืนธรรมชาติ สาว(ใหญ่)อยากสวย
Mar 22-มุมธรรมดา ของชีวิต
Mar 19-แตนทะเลเกลื่อนชายหาด....พิษร้ายคันแสบร้อนทั้งตัว
Mar 10-ขอความเห็นสมาชิกครับ...ทำไมทำดี...ต้องอาย
Mar 5-ก๋วยจั๊บปีละครั้ง
Mar 4-นิทานก่อนนอน : พระเจ้าอโศกประหารน้อง
Mar 4-น้องฟ้า อายุ 8 ขวบ เลี้ยงดูครอบครัว
Mar 4-รหัสชีวิต
Mar 3-มอร์เตอร์ไซ์คันแรกที่หัดขี่ปัจจุบันยังอยู่(ในสภาพที่สมบูรณ์)
Mar 3-เมื่อผมใช้...เท้า...เดินไปกินข้าวเที่ยง
Feb 26-ราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น..
Feb 24-ช่วยชีวิตคนจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย
Feb 23-แป้งโด สูตรครูนิด
Feb 15-วันเกิดพระธรรม - มาฆบูชา
Feb 14-ปรัชญาจากหลอดยาสีฟัน
Feb 14-ทำดีเสียก่อน...ตาย
Feb 13-Blog Radio - สัมภาษณ์พิเศษ คุณมีชัย วีระไวทยะ...King of Condom.
Feb 10-การทำโทษ เมื่อลูกทำผิด
Feb 10-วันอาทิตย์..ไปวัด
Feb 9-ศิลปะบำบัด (Art Therapy) ได้ทุกคน
..
Photo Albumแทนคำนับพัน
ddd
dThumbnaild
ddd
มานะ มานี ปิติ ชูใจ
26 Photos, 6 comments
ddd
dThumbnaild
ddd
มีหน้าที่
5 Photos, 6 comments
ddd
dThumbnaild
ddd
ภาพที่ถูกถ่ายขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5 (เป็นภาพที่หาดูยากมาก)
8 Photos
ddd
dThumbnaild
ddd
ครอบครัว..ของพ่อ
23 Photos, 3 comments
ddd
dThumbnaild
ddd
ผัก...มีชีวิต
25 Photos, 2 comments
ddd
dThumbnaild
ddd
22 เมนู ตำหรับอาหารไทยต้านโรคมะเร็ง
22 Photos
ddd
dThumbnaild
ddd
...เงินไม่สำคัญเสมอไป...
1 Photo, 3 comments
ddd
dThumbnaild
ddd
(คุณรู้ไหมครับว่า รักคืออะไร..........เชิญอ่านเรื่องราวด้านล่างเลยครับ)
7 Photos, 4 comments
ddd
dThumbnaild
ddd
ไปเก็บดอกไม้ แล้วไปยิงกระต่าย
29 Photos, 2 comments
ddd
dThumbnaild
ddd
เรื่องธรรมดา ของเส้นสาย
18 Photos, 5 comments
ddd
dThumbnaild
ddd
Best story for all
1 Photo
ddd
dThumbnaild
ddd
Las Vegas Park...!!
24 Photos, 1 comment
ddd
dThumbnaild
ddd
Amazing striped icebergs
4 Photos
ddd
dThumbnaild
ddd
ด้วยความอาลัย พายุไซโคลนนาร์กีส
24 Photos, 3 comments
ddd
dThumbnaild
ddd
ศิลปะบนก้อนเมฆ
12 Photos, 4 comments
ddd
dThumbnaild
ddd
คนโง่...ขี่จักรยาน
108 Photos
ddd
dThumbnaild
ddd
ยายยิ้ม...หน้าไม่อาย
16 Photos, 27 comments
ddd
dThumbnaild
ddd
งานเบาๆ
26 Photos
ddd
dThumbnaild
ddd
สวยดี...ต้นอะไร?
14 Photos, 3 comments
ddd
dThumbnaild
ddd
จักจั่น Cicada
9 Photos
ddd
dThumbnaild
ddd
รู้สึกดีๆ
11 Photos
ddd
dThumbnaild
ddd
.....วันฆ่านกพิราบ....๒๕๑๙
57 Photos, 3 comments
ddd
dThumbnaild
ddd
สยามเซ็นเตอร์ ปี 2516
5 Photos, 4 comments
ddd
dThumbnaild
ddd
ผักมีชีวิต (ไอเดียดีๆ๒)
25 Photos
ddd
dThumbnaild
ddd
ไอเดีย ดีๆ
26 Photos, 2 comments
ddd
dThumbnaild
ddd
ช้า...แต่ยั่งยืน
9 Photos, 2 comments
ddd
dThumbnaild
ddd
ดอกราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจำชาติ
9 Photos, 1 comment
ddd
dThumbnaild
ddd
Be In A Good Temper
12 Photos, 1 comment
ddd
dThumbnaild
ddd
ยี่สุ่นโยทะกา..ชบา..บาน
15 Photos
ddd
dThumbnaild
ddd
เหลืองปรีดียาธร
30 Photos, 8 comments
ddd
dThumbnaild
ddd
แป้งโด สูตรครูนิด
15 Photos
ddd
dThumbnaild
ddd
ค่ายศิลปะ ที่เขาเต่า
30 Photos
ddd
dThumbnaild
ddd
ค่ายศิลปะ...เขียนทะเล น้ำตกป่าละอู
53 Photos
ddd
dThumbnaild
ddd
หิรัญญิกา
37 Photos, 1 comment
ddd
dThumbnaild
ddd
ทำดี...แบบพ่อ
81 Photos, 3 comments
ddd
dThumbnaild
ddd
อวด...ดี
20 Photos, 15 comments

.
Linkเพื่อนบ้านที่ดี
..
Noteบันทึกความดี
.
Reviewอย่างนี้..ซิ ดี
Thumbnail http://www.manager.co.th/MetroLife/ViewNews.aspx?NewsID=9510000122742

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 15 ตุลาคม 2551 17:32 น.



โดย...ฮักก้า

ดูเหมือนว่าจะยังแต่งตัวไม่เสร็จ สำหรับหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร... more
Previous reviews:
Sep 4-กลับมาแล้ว ดีเจหมึก-เปียโน 98.5 GOOD FM
Jun 9-1 Litre of Tears น้ำตาหนึ่งลิตร เราหรือคือมนุษย์ที่แท้
May 26-“ลุงโง่ย้ายภูเขา” ความฝันเพื่อสิ่งแวดล้อม
ทำดีไม่ต้อง...อาย's favorite reviews:
Apr 8-จักรยานและพลังงานลมในเดนมาร์ค / วินิจ รังผึ้ง
Apr 2-เหลือเชื่อ!'ซี่โครงเดินได้'หมอชี้ตายภายใน 10 วันหญิงสาวรอดแถมมีลูก
Mar 31-รณรงค์แบบ Critical Mass ปฏิวัติสังคมจักรยาน
Mar 26-พี่โจ้
Mar 25-Operator
Mar 19-“หัวใจ ไร้สาร” มหกรรมดนตรีสร้างสุขภาคกลาง
Mar 9-"พลังพลิกวิกฤต" ภาวะมวลวิกฤต (Critical Mass)
Mar 8-ความสุขที่ถูกมองข้าม
Feb 15-Steve Jobs และ Bill Gates
Feb 14-แนะ 9 วิธี..ทำดี ได้บุญแบบง่ายๆ
.
Eventปฏิทิน สิ่งดีๆ
Start:     Jun 15, '08 06:00a
End:     Jun 15, '08 06:30a
Location:     บางแสน
จักรยานเพื่อสุขภาพกายสุขภาพใจ ครั้งที่ 1May 1,
Start: Jun 15, '08 06:30a
End: Jun 15, '08 6:30p
กรุงเทพฯ - ชลบุรี
สถานที่นัดปั๊มน้ำมัน......
ถนนบางนา-ตราดขาออก กม.ที่................
เช้าวันอาทิตย์ 15 มิถุนายน 2551
6.30 น.
7.00 น.... more
.
   
bbl4kid wrote on Sep 2, '10
ขอเชิญชวนเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ คุณครู ส่งภาพ ส่งเรื่องเล่าของเด็กๆ เพื่อร่วมกิจกรรมวันครบรอบวันก่อตั้ง “แผนงานสนับสนุนการพัฒนาเด็กปฐมวัย” สสส. แล้วรับไปเลยชุดสื่อนวัตกรรม "ร้องเต้นเล่นอ่านสรรค์สร้างจินตนาการสู่ภาษา" หนังสือภาพกึ่งนิทาน 10 เล่ม 10 เพลง พร้อมคู่มือ
ดูรายละเอียดที่ Multiply "BBL4kid"
หรือ www.BBL4kid.org
หรือ โทร 0890619555
ฟังรายการวิทยุ "ที่นี่ สถานีของหนู" FM105 จ-ศ 06.00-07.00 น.
ทาง Fb "ที่นี่ สถานีของหนู"
หรือ e-mail: radio@BBL4kid.org
pooklook88 wrote on Jul 2, '10
ไม่ได้แวะมาซะนาน ยังมีเรื่องราวดีดีอีกตั้งเยอะ ขอบคุณทีมสร้างสรรค์โลกค่ะ
ppatcharaporn wrote on May 11, '10
"มูลนิธิพาช้างกลับบ้าน" ขอเชิญชวนผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัครปลูกป่าให้ช้าง ประจำปี 2553 ในระหว่างสัปดาห์วันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment weekend) วันที่ 5 - 6 มิถุนายน 2553 เพื่อให้อาสาสมัครทุกท่านได้สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับการได้ใช้เวลากับช้าง รวมทั้งการร่วมกันปลูกฟื้นฟูป่าเพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารตามธรรมชาติของช้างที่อาศัยอยู่ทีนี่ ซึ่งในอดีตเคยเป็นช้างเร่ร่อน แต่ปัจจุบันทางมูลนิธิฯ และชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่นได้ช่วยเหลือและนำมาดูแลร่วมกัน ภายในพื้นที่อุทยานลำน้ำมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์
เป้าหมายหลักของกิจกรรมอาสาสมัครในสัปดาห์วันสิ่งแวดล้อมโลกในครั้งนี้ คือ การปลูกพรรณไม้ท้องถิ่นจำนวน 12,000 กล้าไม้ ในพื้นที่ 30 ไร่ ภายในพื้นที่อุทยานลำน้ำมาศ และนอกเหนือไปจากการร่วมกันปลูกกล้าไม้จำนวน 12,000 กล้าไม้แล้ว ทางมูลนิธิฯ ยังต้องการรณรงค์ให้อาสาสมัครที่มาร่วมงานได้ตระหนักเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การโปรโมทวิถีชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดการใช้พลังงาน และการลดการก่อให้เกิดขยะให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ตลอดระยะเวลาที่ทำกิจกรรมร่วมกัน
โปรแกรมกิจกรรมอาสาสมัครปลูกป่าให้ช้างเนื่องในสัปดาห์วันสิ่งแวดล้อมโลก
วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน 2553
13.30 น. - อาสาสมัคร เดินทางมาถึงอุทยานลำน้ำมาศ กล่าวต้อนรับโดยมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ตัวแทนจากโครงการกระดาษเพื่อต้นไม้ ผู้นำชุมชน และคณะกรรมการกองทุนช้าง หลังจากนั้นทางผู้อำนวยการมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน จะชี้แจงรายละเอียดของโครงการปลูกป่าให้ช้าง และการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้างให้กับอาสาสมัครก่อนเริ่มกิจกรรม และ Welcome drink
14.00 น. - กิจกรรมปลูกป่าให้ช้าง จำนวน 12,000 กล้าไม้ ร่วมกับชาวบ้านและหน่วยงานต่างๆในชุมชนท้องถิ่น
16.30 น. - เยี่ยมชมช้าง และช่วยกันให้อาหารช้าง
17.30 น. - เดินทางเข้าที่พักในชุมชนบ้านไผ่น้อย และบ้านไผ่ใหญ่(เยี่ยมชมหมู่บ้าน และพักผ่อนตามอัธยาศัย)
18.00 น. - รับประทานอาหารเย็นที่บ้านพัก
20.00 น. - พิธีต้อนรับแบบประเพณีอีสานดั้งเดิม การแสดงพื้นบ้าน และกิจกรรมสันทนาการ
วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน 2553
7.30 น. - อาหารเช้าที่บ้านพัก
8.00 น. - รวมตัวกันที่หอประชุมบ้านไผ่ใหญ่ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 เดินทางไปดำนา/ปลูกข้าวร่วมกับชาวบ้านในชุมชน
กลุ่มที่ 2 เดินทางไปปลูกป่าให้ช้างที่แปลงปลูกป่า(ต่อ)
10.30 น. - เดินทางไปตัดต้นกล้วยเพื่อนำมาเป็นอาหารให้ช้าง ช่วยกันเตรียมอาหารให้ช้าง และปลูกพืชอาหารช้าง
12.00 น. - อาหารกลางวัน - อาหารอีสานแบบปิคนิคริมลำน้ำมาศ
13.00 น. - ปลูกกล้าไม้(ต่อ) และการดูแลกล้าไม้หลังการปลูกในแปลงปลูกป่า(ตัดหญ้า รดน้ำ และใส่ปุ๋ย)
15.30 น. - เสร็จสิ้นกิจกรรม อาสาสมัครเดินทางไปเก็บของที่บ้านพัก กล่าวลาช้าง และชาวบ้านในชุมชน และเดินทางกลับกรุงเทพต่อไป
21.30 น. - ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ
ค่าใช้จ่าย สำหรับกิจกรรมอาสาสมัครสัปดาห์วันสิ่งแวดล้อมโลก วันที่ 5 - 6 มิถุนายน 2553(รวม 2 วัน 1 คืน) คิดเป็น 1,000 บาท/คน (ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป และกลับจังหวัดบุรีรัมย์)
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ http://www.bring-the-elephant-home.org/2010/05/06/trees-for-elephants-world-environment-weekend-2010/th/
การสมัครเข้าร่วมกิจกรรม ผู้สนใจทุกท่านสามารถติดต่อเพื่อยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่คุณดุษฎี โทร (083) 566 - 5223, (083) 040 - 3410 หรือที่ dutsadee.nilubol@bring-the-elephant-home.org ภายในวันที่ 4 มิ.ย 53
รายละเอียดเกี่ยวกับที่พัก และอาหาร
บ้านพักของกลุ่มอาสาสมัครจะเป็นบ้านพักของชาวบ้านในชุมชนบ้านไผ่น้อยและบ้านไผ่ใหญ่แบบโฮมสเตย์(Homestay) โดยอาสาสมัครจะมีห้องพักส่วนตัว สามารถพักได้ 2 -3 คน/ห้อง โดยมีอุปกรณ์ในห้องพัก ได้แก่ เตียงนอน หมอน ตู้เสื้อผ้า มุ้งกันยุง ผ้าเช็ดตัว สบู่ แชมพูสระผม และพัดลม(บ้านทุกหลังไม่มีห้องแอร์) ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่ม ทางเจ้าของบ้านจะเป็นผู้ดูแลทั้งหมดทุกมื้อ โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาหารไทยพื้นบ้าน และอาหารอีสาน พร้อมทั้งชาและกาแฟ แต่หากท่านต้องการอาหารพิเศษ เช่น สำหรับคนที่ทานอาหารมังสวิรัติ หรือเมนูพิเศษอื่นๆ สามารถแจ้งได้โดยตรงที่เจ้าของบ้านพัก เพื่อที่เจ้าของบ้านจะได้อำนวยความสะดวกให้แก่ท่าน
การเดินทางจากกรุงเทพ ไปยัง อุทยานลำน้ำมาศ อ ลำปลายมาศ จ บุรีรัมย์
1. การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพไปยังอุทยานลำน้ำมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง 15 นาที ระยะทางประมาณ 334 ก.ม โดยใช้เส้นทางจากกรุงเทพ ไปยังถนนมิตรภาพ แล้วเลี้ยวขวาผ่าน จ.สระบุรี – จ.นครราชสีมา(ถนนทางหลวงหมายเลข 226) – อ.จักราช – อ.ห้วยแถลง – อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ที่ด้านหน้าประตูทางเข้าอุทยานลำน้ำมาศ จะสังเกตุเห็นป้ายประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้างขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ให้เลี้ยวเข้ามายังบริเวณศาลาอเนกประสงค์ภายในอุทยาน ระยะทางประมาณ 800 เมตร จากประตูทางเข้า สามารถคลิกเพื่อดูแผนที่การเดินทางได้ที่นี่ กรุงเทพ – อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์
2. การเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางของบริษัทนครชัยแอร์ (บริเวณใกล้กับสถานีขนส่งหมอชิต) โดยอาสาสมัครจะต้องเดินทางจากกรุงเทพโดยรถทัวร์เที่ยวแรก เวลา 8.30 น. เพื่อให้เดินทางมาถึงสถานีขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ ในเวลา 14.30 น.(ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพมายัง จ.บุรีรัมย์ ประมาณ 6 ชั่วโมง) และอาสาสมัครสามารถเดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้ในวันถัดไปตั้งแต่เวลา 17.00 น. โดยทางมูลนิธิฯ จะจัดหารถรับส่งจากสถานีขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ มายังอำเภอลำปลายมาศต่อไป(ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) อัตราค่าโดยสาร ประมาณ 350 บาท/คน/เที่ยว ซึ่งท่านสามารถตรวจสอบตารางเวลาเดินรถได้ที่เว็บไซด์ www.nca.co.th หรือโทรติดต่อสอบถามเพื่อจองตั๋วรถทัวร์ หรือสอบถามตารางเวลาเดินรถได้ที่บริษัทนครชัยแอร์ โทร (02) 936-0009
สำหรับงานอาสาสมัครปลูกป่าให้ช้างในสัปดาห์วันสิ่งแวดล้อมโลกในครั้งนี้ เป็นการดำเนินงานร่วมกันโดยมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน โครงการกระดาษเพื่อต้นไม้ และ Lush Bangkok’s Green Night Out
หมายเหตุ สำหรับท่านที่สนใจกิจกรรมอาสาสมัครปลูกป่าให้ช้าง แต่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมกิจกรรมปลูกป่าที่จังหวัดบุรีรัมย์ได้ ทางมูลนิธิฯ ยินดีที่จะแจ้งให้ท่านทราบว่า ท่านสามารถมีส่วนร่วมในการสนับสนุนโครงการนี้ได้ด้วยการซื้อกล้าไม้ในโครงการของเรา ในราคา 12 บาท/กล้าไม้ ซึ่งพรรณไม้เหล่านี้เป็นพรรณไม้ที่ผลิตขึ้นจากเรือนเพาะชำในชุมชนท้องถิ่นบ้านไผ่น้อยและบ้านไผ่ใหญ่ ซึ่งทั้งหมดเป็นพรรณไม้ในท้องถิ่น แต่ละต้นมีความสูงประมาณ 40 - 60 ซ.ม มีสุขภาพแข็งแรง และไม่มีโรคแมลง โดยทางมูลนิธิฯ และอาสาสมัครต่างๆที่ทางเราจัดหามา รวมทั้งชาวบ้านในชุมชนบ้านไผ่น้อยและบ้านไผ่ใหญ่ จะเป็นผู้ปลูกและดูแลกล้าไม้ที่ท่านซื้อจากโครงการ จนกระทั่งป่าในบริเวณนี้จะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้เองตามธรรมชาติต่อไป โดยท่านสามารถชำระเงินค่าจัดซื้อกล้าไม้มาที่บัญชีของมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ชื่อบัญชี Bring the Elephant Home เลขที่บัญชี 505-2-36520-6 ธนาคารนครหลวงไทย สาขา ถนนช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หากท่านชำระเงินในการจัดซื้อกล้าไม้แล้วกรุณา E -mail มาที่คุณดุษฎี dutsadee.nilubol@bring-the-elephant-home.org เพื่อยืนยันการชำระเงินของท่าน และทางเราจะจัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกป่าและการดูแลกล้าไม้ไปให้กับท่านต่อไป โดยท่านสามารถมีส่วนสนับสนุนการจัดซื้อกล้าไม้จากโครงการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
trinityzaaa wrote on Apr 7, '10
ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เอาใจช่วยนะ

จะเป็นอีกหนึ่งแรงใจขับเคลื่อนความดีนะ


สู้ๆๆๆๆ
trinityzaaa wrote on Apr 7, '10
ชอบมากมายเลยจ้า

ดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เอาใจช่วยน๊า


เราจะช่วยกระจายต่อ


มีความดีอะไรอย่าลืมมาแบ่งปันกันนะจ๊ะ

สู้ๆๆๆ
laemkom wrote on Aug 23, '09



นั่งเรือข้ามฝากไปครับ คนละ สามบาทห้าสิบสตางค์




ท่าเรือมีสองชื่อนะครับ แต่ท่าเดียวกัน ท่าปากคลองตลาด กับ ท่าอัษฎางค์



นั่งเรือ จะแลเห็น บ้านเก่าๆ



โบสถ์ซางตาครูส



เราต้องลงที่ท่าวัดกัลยา นะครับ



แล้วเดินไปด้านซ้ายมือ...จะแลเห็นเรือนเก่าแก่


เห็นศาลเจ้าแล้วนะครับ




เดินผ่านซุ้มประตูเข้าไป




ศาลเจ้าที่เงียบสงบบนฝั่งน้ำที่จอแจ

ศาลเจ้าเกียนอันเกง เป็นศาลเจ้าจีนใจกลางกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาตรงข้ามกับปากคลองตลาด ตลาดเก่าที่สำคัญที่สุดของบางกอก ซึ่งแทบจะไม่เคยหลับใหลเลยตลอด 24 ชั่วโมง แม้เบื้องหน้าของศาลเจ้าจะเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่อึกทึกด้วยเสียงคลื่นกระแทกฝั่ง ซึ่งเกิดจากเรือยนต์ที่แล่นผ่านไปมาเกือบตลอดเวลา  แต่เมื่อใดที่ได้ก้าวเข้ามาภายในบริเวณศาล กลับจะพบว่ากับที่แห่งนี้เงียบสงบอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกคนที่เพิ่งมาถึงล้วนสามารถสัมผัสได้ถึงความสงบ และดูเหมือนสมาธิในการทำงานจะบังเกิดขึ้นโดยพลัน




อาจกล่าวได้ว่าความสงบของศาลเจ้าแห่งนี้เกิดจากการไม่จัดการ นั่นคือศาลเจ้าแห่งนี้ไม่มีการจัดการเชิงพาณิชย์ในลักษณะการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อให้ผู้คนหลั่งไหลมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งไม่มีการปลุกเสกวัตถุมงคลให้เช่าบูชา หรือจัดรายการแก้บนใด ๆ ไว้รองรับศรัทธาเช่นนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ก็อาจกล่าวได้อีกเช่นกันว่าความสงบนี้เป็นผลจากการจัดการด้วยวิสัยทัศน์ที่ดีเยี่ยมของผู้ดูแล นั่นคือการจัดการให้ผู้คนเข้าถึงความสงบและศรัทธาที่บังเกิดจากการได้สัมผัสบรรยากาศด้วยตนเอง กลิ่นธูปควันเทียนแม้มีให้เห็นไม่ขาดโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่ก็ไม่ได้คละคลุ้งจนแสบตา เพราะมีเจ้าหน้าที่คอยเก็บธูปเทียนที่จุดบูชาแล้วอยู่ตลอดเวลา




ศาลเจ้าแห่งนี้เต็มไปด้วยผลงานศิลปะอันวิจิตรบรรจงจากฝีมือช่างในอดีต ซึ่งยังคงสภาพสมบูรณ์เป็นส่วนมาก โดยในส่วนที่ชำรุดไม่ว่าจากสภาพธรรมชาติ หรือจากการกระทำจากมนุษย์ จะเห็นได้ว่ามีการพยายามซ่อมแซมให้คืนสภาพใกล้เคียงของเดิมที่สุด ทั้งด้วยวิธีการและวัสดุแบบดั้งเดิม หรือด้วยเทคนิคใหม่แต่ทำอย่างแนบเนียน แต่ถึงกระนั้นก็อาจยังไม่ทันกาล เพราะที่ผ่านมาเป็นเพียงการซ่อมแซมตามสภาพมิใช่การป้องกัน และคุณค่ามหาศาลที่ไม่อาจมีอะไรมาทดแทนได้ซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้คราบคร่ำกำลังทรุดโทรมลงทุกส่วนพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นงานแกะสลักไม้ จิตรกรรมฝาผนังและบนบานประตู ลวดลายปูนปั้น รวมทั้งระบบโครงสร้างแบบจีนโบราณ ซึ่งหากได้มีการอนุรักษ์ตามวิธีการที่ถูกต้องในคราวเดียวกันสักครั้งโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ก็อาจชะลอให้ความเสื่อมสลายยืดเวลาออกไปได้อีกหลายปี





ประวัติศาลเจ้าเกียนอันเกง

ประวัติศาลเจ้าเกียนอันเกงแต่ดั้งเดิมนั้นไม่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ตามคำบอกเล่าสืบทอดกันมาจากผู้ใหญ่ กล่าวกันว่าเป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นโดยคนจีนที่ตามเสด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ปากคลองบางหลวง หรือคลองบางกอกใหญ่ทางฝั่งตะวันออก เมื่อคราวที่พระองค์ทรงสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานี ครั้นต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงย้ายพระนครหลวง ไปตั้งยังฝั่งพระนคร 





คนจีนเหล่านี้ได้อพยพไปตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ฝั่งพระนครบริเวณตลาดน้อยมาจนจรดสามเพ็ง ศาลเจ้าที่สร้างในสมัยนั้นมีอยู่สองศาล ตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน จะมีชื่อว่ากระไรไม่ปรากฏ ศาลหนึ่งประดิษฐานเจ้าพ่อโจวซือกง ส่วนอีกศาลนั้นประดิษฐานเจ้าพ่อกวนอู เมื่อคนจีนย้ายไปอยู่ที่ฝั่งพระนครแล้ว ศาลเจ้าทั้งสองศาลนี้ก็ถูกทอดทิ้งชำรุดทรุดโทรมลง 




ครั้นเมื่อเจ้าพระยานิกรบดินทร เจ้าสัวโต ต้นสกุลกัลยาณมิตร อุทิศที่บ้าน กับซื้อที่ดินเพิ่มเติมเพื่อสร้างวัดกัลยาณมิตร ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2368 ซึ่งเป็นปีที่ 2 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ชาวจีนจากมณฑลฮกเกี้ยน ตำบลเจียงจิว และจัวจิว ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของ สกุลตันติเวชกุล และ สกุลสิมะเสถียร ได้เดินทางมากราบไหว้ที่ศาลเจ้าทั้งสองนี้ ครั้นแลเห็นชำรุดทรุดโทรมหนักก็ไม่คิดที่จะซ่อมแซม แต่ได้ร่วมกันรื้อศาลเจ้าทั้งสองแต่เดิมนั้นลง แล้วสร้างศาลเจ้าใหม่ ในที่เดิมเป็นศาลเดียว แต่จะอัญเชิญเจ้าพ่อโจวซือกง และเจ้าพ่อกวนอูไปประดิษฐานที่ใดไม่ปรากฏ ส่วนศาลเจ้าที่สร้างใหม่ได้เปลี่ยนองค์พระประธานเป็นเจ้าแม่กวนอิม และชื่อศาลเจ้าแห่งนี้ เป็นชื่อที่ใช้ติดต่อสืบมาจนปัจจุบันว่า ศาลเจ้าเกียนอันเกง






ขอบคุณที่มาhttp://vernadoc.multiply.com/journal/item/7


 

ปัญหาสำคัญของศาลเจ้าแห่งนี้คือความเสี่ยงจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของมนุษย์ โดยเฉพาะความโลภที่เห็นแก่ตัว โดยไม่เห็นถึงคุณค่า และความหมายของศาลเจ้าที่สัมพันธ์กับพื้นที่ตั้งโดยรอบ (SETTING) 


ในฐานะมรดกของชุมชนที่มีความสำคัญระดับชาติ ซึ่งควรได้รับการจัดการจากชุมชนหรือผู้เกี่ยวข้องให้เหมาะสมกว่านี้ เช่นร่วมกันจัดการรักษาความสะอาดของเส้นทางเดินสาธารณะเพื่อเข้าถึงตัวศาล รวมทั้งบริเวณพื้นที่โดยรอบ หรือการปลุกจิตสำนึกร่วมกันในการปกปักรักษามรดกของชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างทุนทางวัฒนธรรมซึ่งจะเป็นประโยชน์ในระยะยาวสำหรับส่วนรวมต่อไป

 

ขอบคุณที่มาของข้อมูล

http://vernadoc.multiply.com/journal/item/7



ขอบพระคุณมากครับ

=ครูแหลม=

(ภาพถ่าย..ครูแหลมได้ตกแต่งสร้างบรรยากาศให้เก่า)


laemkom wrote on Aug 20, '09
หลวงพ่อโต หรือที่ในหมู่ชาวจีนเรียกว่า ซำปอฮุดกง หรือ ซำปอกง

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร  เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นหนึ่งในวีรบุรุษของจีนและกลายเป็นที่เคารพนับถือของคนจีนและคนไทยทั่วไป


ตามตำนานเล่าว่า"ซำปอกง" หรือ "เจิ้งเหอ" เดิมชื่อว่า หม่า เหอ เกิดในครอบครัวชาวมุสลิมที่เมืองคุนหยาง มณฑลยูนนานทางตอนใต้ของประเทศจีน ต่อมาในปี ค.ศ.1381 เกิดสงครามกวาดล้างกองกำลังมองโกลที่ปักหลักอยู่ในแถบยูนนาน ท่ามกลางความวุ่นวายของสงคราม หม่า เหอ วัย11 ปี ได้ตกเป็นเชลยศึก และถูกส่งตัวเข้ามาเป็นขันทีเพื่อทำงานรับใช้ในกองทัพ




หม่า เหอ ติดตามกองทัพเข้าร่วมสมรภูมิรบจนอายุได้ 19 ปี ก็ได้มารับใช้ เอี้ยนหวังจูตี้ องค์ชายสี่แห่งราชวงศ์หมิงที่ปักกิ่ง นับแต่นั้น หม่า เหอ ก็คอยติดตามอยู่ข้างกายจูตี้ จนกลายเป็นคนสนิทที่ได้รับความไว้วางใจอย่างมาก หม่า เหอได้สร้างความดีความชอบไว้มาก โดยเฉพาะการช่วยให้จูตี้ได้ก้าวขึ้นคลองบัลลังก์เป็นจักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ ในที่สุด หม่า เหอ ก็ได้รับการเลื่อนฐานะขึ้นเป็นหัวหน้าขันที และได้พระราชทานแซ่ "เจิ้ง" จึงกลายมาเป็น"เจิ้งเหอ" หรือที่รู้จักกันในนาม "ซำปอกง"



(เอาเลนส์ ๒๘ ไป เก็บภาพหลวงพ่อมาได้เท่านี้ครับ)

และเนื่องจากการที่เจิ้งเหอเป็นบุคคลที่จูตี้ให้ความไว้วางใจมากที่สุด ทั้งจากการเป็นขันที่คนสนิท และความดีความชอบในการหนุนจูตี้ขึ้นสู่บัลลังก์ จึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บัญชาการกองเรือขนาดใหญ่ออกเดินทางไปในมหาสมุทรอ
laemkom wrote on Aug 20, '09
หลวงพ่อโต หรือที่ในหมู่ชาวจีนเรียกว่า ซำปอฮุดกง หรือ ซำปอกง

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร  เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นหนึ่งในวีรบุรุษของจีนและกลายเป็นที่เคารพนับถือของคนจีนและคนไทยทั่วไป


ตามตำนานเล่าว่า"ซำปอกง" หรือ "เจิ้งเหอ" เดิมชื่อว่า หม่า เหอ เกิดในครอบครัวชาวมุสลิมที่เมืองคุนหยาง มณฑลยูนนานทางตอนใต้ของประเทศจีน ต่อมาในปี ค.ศ.1381 เกิดสงครามกวาดล้างกองกำลังมองโกลที่ปักหลักอยู่ในแถบยูนนาน ท่ามกลางความวุ่นวายของสงคราม หม่า เหอ วัย11 ปี ได้ตกเป็นเชลยศึก และถูกส่งตัวเข้ามาเป็นขันทีเพื่อทำงานรับใช้ในกองทัพ




หม่า เหอ ติดตามกองทัพเข้าร่วมสมรภูมิรบจนอายุได้ 19 ปี ก็ได้มารับใช้ เอี้ยนหวังจูตี้ องค์ชายสี่แห่งราชวงศ์หมิงที่ปักกิ่ง นับแต่นั้น หม่า เหอ ก็คอยติดตามอยู่ข้างกายจูตี้ จนกลายเป็นคนสนิทที่ได้รับความไว้วางใจอย่างมาก หม่า เหอได้สร้างความดีความชอบไว้มาก โดยเฉพาะการช่วยให้จูตี้ได้ก้าวขึ้นคลองบัลลังก์เป็นจักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ ในที่สุด หม่า เหอ ก็ได้รับการเลื่อนฐานะขึ้นเป็นหัวหน้าขันที และได้พระราชทานแซ่ "เจิ้ง" จึงกลายมาเป็น"เจิ้งเหอ" หรือที่รู้จักกันในนาม "ซำปอกง"



(เอาเลนส์ ๒๘ ไป เก็บภาพหลวงพ่อมาได้เท่านี้ครับ)

และเนื่องจากการที่เจิ้งเหอเป็นบุคคลที่จูตี้ให้ความไว้วางใจมากที่สุด ทั้งจากการเป็นขันที่คนสนิท และความดีความชอบในการหนุนจูตี้ขึ้นสู่บัลลังก์ จึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บัญชาการกองเรือขนาดใหญ่ออกเดินทางไปในมหาสมุทรอ
laemkom wrote on Jul 21, '09

สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ ท่านผู้ปกครอง ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ

เราทำบุญด้วยการสร้างวัดวาอาราม โบสถ์ มัสยิดด้วยหวังว่าเป็นการสืบทอดหลักคำสอนให้ทุกคนเป็นคนดี และเอื้อเฟื้อ แบ่งปันทุกข์และสุข ซึ่งกันและกัน


โรงเรียนศิลปะแหลมคม มิได้หวังผลทางธุรกิจทางการศึกษา แต่เรามุ่งหวังให้ทุกคนมีความสุข และมองโลกด้วยความสวยงาม ผ่านกระบวนการศึกษาตรงจากของจริงโดยการเห็นและสัมผัส

....เราเห็นลูกหลานเราวาดรูป เราก็สุขใจ เมื่อเด็กๆมองโลกด้วยสีสัน และจินตนาการ

๑๒ ปีของโรงเรียนศิลปะแหลมคม ครูแหลมได้สร้างค่ายศิลปะขึ้น มาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน เราได้นำพาให้เด็กๆได้เห็นทะเลสีครามยามฟ้าใส ได้เห็นไอหมอกห่มคลุมภูเขา ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านโบราณสถาน ได้ฝึกสมาธิกรรมฐานก่อนนอน ได้ออกกำลังกายตอนเช้าตรู่ ได้ขอบพระคุณก่อนทานอาหาร และได้เห็นน้ำใจของคนไทยต่างถิ่นที่อยู่อาศัย

ปิดเทอมเดือนตุลาคม ๕๒ เราพร้อมแล้วครับสำหรับการเรียนรู้ของเด็กๆที่ไกลออกไปจากภาษาไทยที่เราพูดคุยสื่อสาร เราพร้อมแล้วสำหรับการศึกษาระเบียบวินัยของคน เราพร้อมแล้วสำหรับการที่ได้เห็นบ้านเมืองที่สะอาดที่สุดในโลก เราพร้อมแล้วสำหรับการเดินทางด้วยเครื่องบิน,รถไฟฟ้าใต้ดิน,รถเมล์ , เรือโดยสาร และเดิน เราพร้อมแล้วสำหรับการเดินทางไปประเทศสิงคโปร

เราเดินทางเช้าวันจันทร์ที่ ๑๙ ตุลาคม ๕๒ เดินทางกลับเย็นวันศุกร์ที่ ๒๓ ตุลาคม ๕๒

รวม ๔คืน ๕วัน ของประสบการณ์ที่มีคุณค่าในประเทศสิงคโปร์

คลิกดูรายละเอียด

 






laemkom wrote on Jul 12, '09

ศิลปะเด็ก กับ สีเกรยอง






สีเกรยอง ค่อนข้างยาก สำหรับเด็กๆ

แต่เมื่อสำเร็จผลงานจะออกมาสวยมาก...

นำเสนอ โดย น้องแก็ง (๗ ขวบ)



ร่างภาพที่จะเขียน ด้วยดินสอ HB อย่ากดหนักนะครับ

แล้วก็พร้อมที่จะลงสีเกรยอง...



ค่อยๆทำครับ...ได้สมาธิ



ต้องระวังไม่ให้มือไปโดนสีที่ลงไปแล้ว..

ผ่านไปสามชั่วโมง....น้องแก็งขอทานข้าวกลางวันก่อนครับ


กินผักด้วยครับ แล้วจะเขียนภาพสวย




ทำต่อไป แต่ขอกินสาหร่ายไปด้วยนะครับ




บอกแล้วให้ระวัง อย่าให้ฝ่ามือไปโดน....มันจะเลอะ



สำเร็จแล้วครับ

ผลงานชื่อ = ไปเล่นบาสเกตบอล

ศิลปินน้อย = แก็ง (๗ขวบ)

ครูแหลม = เป็นกรรมการ

ขอบพระคุณครับ
laemkom wrote on Apr 19, '09

ตั้งใจจะพานักเรียน ๔๐ คน ไปเรียนรู้วิถีชีวิตที่แตกต่าง


- ภาษา

- อาหาร

- ค่าของเงิน

- ศิลปะ-วัฒนธรรม

- อาคารบ้านเรือน

- พาหนะ

เรียนรู้ได้โดยตรงในชีวิตจริงๆ และทางอ้อมจากชุดนิทรรศการ ภายใน พิพิธภัณฑ์ ต่างๆ

เพื่อนำมาประยุกต์ใช้...กับชีวิตของเรา















laemkom wrote on Mar 4, '09

มาดูบ้านผีสิง ของเด็กๆกันครับ





laemkom wrote on Mar 1, '09
กอดฉันไว้ให้แน่น Hold Me Close และ เข็มแข็ง..เอาไว้ “Stabile” แล้วให้ใจ เป็นศูนย์กลางของ..."จิตจักรวาล"


เราชาวคนโง่ตั้งใจกันนานแล้วว่าจะทำสารคดีเรื่องงานประติมากรรม รำลึกสึนามิ กันที่สามจังหวัดภาคใต้คือ กระบี่ ภูเก็ต และพังงา แต่จนแล้วจนรอดเราก็พลาดเป้าทุกครั้ง จนวันนี้การเดินทางของเราชาวคนโง่ที่เอาจักรยานมาปั่นด้วยก็เริ่มขึ้น ...



ครั้งแรกเราตั้งใจเดินทางกันค่ำวันจันทร์ แต่พอเวลานั้นมาถึงรถจี๊ปคันงามของเรากลับหักหลังเสียดื้อๆ อยู่ดีๆเครื่องก็ดับไปเฉยๆ ต้องซ่อมกันหนึ่งวันเต็มๆกว่าจะได้รถกลับคืนมา ทำให้กว่าเราต้องเลื่อนการเดินทางออกไปอีก จะได้ออกเดินทางก็ปาเข้าไปค่ำวันอังคาร ก็คือวันนี้นั่นเองครับ


การเดินทางเริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณ ๔ โมงเย็น หลังจากเอาจักรยานขึ้นบนหลังคารถเรียบร้อยแล้ว หลายๆคนคง งง ว่ารถจี๊ปก็เอามาแล้วยังจะเอาจักรยานมาทำอะไรอีกล่ะ .. นั่นน่ะสิครับ แต่เราโง่ไง ฮา...

รถจี๊ป(พี่ทอม)เขาวิ่งเร็วไม่ได้ ความเร็วสูงสุดที่ทำได้วันนี้คือ ๙๐ กม./ชม. แค่นั้นแหละ ทำให้ได้นั่งดูวิวข้างทางจนเพลิน มาถึงหัวหินกันประมาณ ๑ ทุ่มนิดๆ

ครั้งแรกคิดว่าน่าจะหาที่พักลำบาก แค่เราก็มาได้ที่พักที่ราคาประหยัดเพียง ๕๐๐ บาท แถมที่ถูกใจมากคือ มี wifi internet ให้ใช้กันด้วย ทำให้เราคนโง่สามารถรายการการเดินทางกันได้แบบสดทันเวลาพอดี ฮา..




ติดตามเรื่องราวการเดินทางของเรานะครับ.....


เช้าวันนี้ ที่หัวหิน หลังจากตื่นนอนในตอนเช้า ครูแหลมออกไปเดินถ่ายรูปบรรยากาศริมชายหาดหัวหินจนกลับมาประมาณ ๘ โมงกว่าๆ

ครูแหลมบอกว่า รู้สึกดีใจที่ชายหาดหัวหินยังเหมือนเดิม เหมือนสมัยเมื่อ ๒๐ ปีก่อน

....

เราออกเดินทางจากหัวหินประมาณ ๙ โมงกว่า จุดหมายต่อไปของเราคือ จ.กระบี่ เพื่อชมประติมากรรมของศิลปินชาวฝรั่งเศส หลุยส์ บัวจอร์จ(ออกเสียงแบบง่ายๆนะ) ที่หาดนพรัตน์ธารา ระยะที่เหลือของการเดินทาง ก็อีกประมาณ ๖๐๐ กม. เห็นจะได้

มื้อเช้าเราคิดว่าน่าจะแวะกินอาหารเช้าที่ร้านข้างทางเพื่อความรวดเร็ว ... และหลังจากผ่านปราณบุรีมาได้สักหน่อย ครูแหลมก็แวะร้านข้างทางที่ขึ้นป้ายว่า ลูกชิ้นปลาทำเอง

"อุดหนุนเขาหน่อยแล้วกันนะ" ครูแหลมบอกขณะที่หมุนพวงมาลัยเข้าไปจอดที่หน้าร้าน

ผมสั่งบะหมี่โฟ ส่วนครูแหลมเส้นใหญ่โฟเหมือนกัน ... เราเดากันว่าเจ้าของร้านที่ขายนี่น่าจะเป็นคนอีสานมากกว่าคนในพื้นที่ และก็น่าจะถูกต้องถ้าดูจากอาหารที่เขากินกันที่โต๊ะ

.... ครูแหลมทำหน้าแปลกๆ เมื่อคีบก๋วยเตี๋ยวคำแรกเข้าปาก พร้อมกับส่ายหัว ... แล้วพูดกับผมเบาๆ "อย่างที่คิดไว้ ไม่อร่อยเลย" ... นี่คือร้านไม่อร่อยที่อยากแนะนำ (เจ้าของร้าน)

ก่อนออกจากร้านครูแหลมเปิดอภิปรายอีกครั้งว่า "ทำไมเขาถึงไม่ขายข้าวเหนียวไก่ย่างส้มตำ ทำอาหารอย่างที่เขากินกันแบบนั้นน่ะ" ครูชี้ไปที่โต๊ะอาหารเช้าของเขา

"มาคราวหน้า ถ้าร้านนี้ไม่หายไป ก็น่าจะขายดิบขายดีถ้าเขาเปลี่ยนมาขายส้มตำ ไก่ย่าง" ... ครูแหลมบ่นๆแล้วเดินไปขึ้นรถ .. ตอนนี้ เราก็ต้องลุ้นกันอีกเฮือก ว่ารถจะสตาร์ทติดหรือเปล่า

....

น้าทอม ... รถที่เราต้องฝากความหวังอันยิ่งใหญ่ไว้ ยังตะบึงไปข้างหน้าอย่างไม่มีท่าทีว่ามันเพิ่งผ่านการซ่อมหนักมาเมื่อวันก่อน

เรามีความสามารถที่จะแซงได้เฉพาะรถจักรยาน มอเตอร์ไซค์ที่แล่นช้าๆอย่างของชาวบ้าน และรถบรรทุกหนักๆ ส่วนที่เหลือล้วนแซงเราไปหมดทุกคัน แล้วก็หายลับตาไป

"นี่ออกชุมพรแล้ว เราจะกินข้าวที่ไหนกันครับ" ผมถามครูแหลม ...

"มันมีร้านอาหารร้านหนึ่งใหญ่มาก อืม .. แต่จำชื่อร้านมันไม่ได้แล้วล่ะ แต่คิดว่าพ้นเนินนี้ไปก็น่าจะถึงแล้วล่ะ" ครูแหลมชี้ไปที่เนินข้างหน้าที่สลับเป็นทิวแถวยาวออกไป ผมเห็นทิวเขาสูงๆเป็นฉากหลังแทนเส้นขอบฟ้า

"อย่าให้มันกลายเป็นยอดเขาข้างหน้าก็แล้วกันครับ ผมเบื่อกิโลแม้ว" ผมชักไม่แน่ใจ ..

น้าทอมพยายามวิ่งขึ้นเนินเขาอย่างยากเย็น แล้วก็ปล่อยตัวลงมาจากยอดเนินอย่างโล่งอกพอๆกับคนขับ แต่เราก็ยังไม่เห็นร้านอาหารที่ครูแหลมยังพยายามคิดถึงชื่อร้านมาตลอดทาง จนรถเราขยับเข้าไปใกล้ภูเขาที่เคยอยู่ไกลลิบๆเข้าไปทุกทีแล้ว

"นี่ถ้าเราปั่นจักรยานมากัน แล้วครูแหลมบอกผมว่าปั่นพ้นเนินนี้แล้วจะเจอร้านอาหาร .. ถ้ามันไม่เจออย่างที่ครูแหลมบอก ผมจะทิ้งรถจักรยานแล้วโบกรถกลับกรุงเทพจริงๆด้วย .."

.. "เออ คิดออกแล้ว ร้านสาหร่าย ไม่สิ มีคำว่า คุณ นำหน้าด้วย คุณสาหร่าย คุณสาหร่าย" ครูแหลมร้องอย่างอารมณ์ดี แต่นั่นมันก็ปาเข้าไปบ่ายโมงกว่าๆแล้ว น้าทอมก็วิ่งจนใกล้หมดแรงเต็มทีด้วย

....

"อีก ๒กิโล ก็ถึงร้านแล้วครับ" เด็กปั๊มให้ความกระจ่างแก่เรา ครูแหลมดีใจออกนอกหน้าอีกครั้ง

"เห็นมั้ยว่าครูจำชื่อร้านได้จริงๆ คุณสาหร่าย คุณสาหร่าย" ครูแหลมร้องด้วยความดีใจ ... อืม ..ผมดีใจด้วยอย่างยิ่ง แต่ทำไมถึงอยากกินร้านนี้หนักหนานะ ผมแอบคิดไม่ได้

....

ไม่นานนัก น้าทอม ก็พาเรามาหยุดอยู่หน้าร้านคุณสาหร่าย ครูแหลมรีบลงไปถ่ายรูปจักรยานบนหลังคารถ ที่มีฉากหลังเป็นป้ายร้าน ... แกไปแอบรับค่าโฆษณามาตั้งแต่เมื่อไร ใครรู้บ้างครับ?

ครั้งแรกผมคิดว่า มันน่าจะเป็นปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่แล้วมีร้านอาหารอยู่ด้วย แต่พอเข้ามาจริงๆ มันคือร้านอาหารขนาดใหญ่สำหรับให้รถที่จะลงใต้ได้มาพักทานอาหาร ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นระยะครึ่งทางพอดี

ร้านอาหารเขาใหญ่โต หลังคาสูง ห้องน้ำสะอาดและมีเยอะกว่าที่สนามบินสุวรรณภูมิอย่างน่าโล่งใจ แม้จะมีเพียงรถทัวร์มาแวะจอดเท่านั้น

เราดูว่าร้านนี้ขายดีได้จากโต๊ะและเก้าอี้หินอ่อนที่ถูกนำมาใช้งานแทนโต๊ะไม้ ส่วนอาหารนั้น เขาแบ่งออกเป็นซุ้มๆ มีอาหารให้เลือกมากมาย พร้อมกับของฝากนานาชนิด

หลังจากเดินเลือกอาหารเราก็ตัดสินใจเลือกทานอาหารปักษ์ใต้กันครับ

คั่วกลิ้งเนื้อ แกงเหลืองใส่ใบบัวบก ผัดใบเหนียงใส่ไข่ ข้าวเปล่าอีก ๒ จาน รวมราคา ๑๒๐ บาท ถ้าเทียบกับปริมาณอาหารและความอร่อยนับว่าถูกมากครับ

เราเห็นโต๊ะข้างๆมีจานผัดสดและผักต้มขนาดใหญ่อยู่หลายโต๊ะ ครูแหลมบอกว่าเขาให้เราทานได้ฟรี .. "ขนาดนั้นเลยเหรอครับ ให้กินฟรีๆนี่นะ" ผมไม่ค่อยเชื่อ แต่แล้วครูแหลมก็เดินไปขอจานผัดที่ว่านั้นมาให้ พรอ้มกับน้ำพริกกะปิอีกถ้วยที่วางอยู่ตรงกลาง

"นี่ถ้าเราไม่เกรงใจเขานะ สั่งข้าวเปล่าๆมาทานกับน้ำพริกนี่ ก็อิ่มแล้ว เห็นมั้ย" ครูแหลม ยกโถสแตนเลสที่ใส่น้ำแช่น้ำแข็งไว้ให้ทุกโต๊ะ ค่อยๆรินใส่แก้วน้ำ "น้ำเขาก็ให้กินฟรีด้วย"

ท่าทางเจ้าของร้านจะใจดีจริงๆครับ ให้ผักพร้อมน้ำพริกฟรีๆ แถมน้ำเย็นที่เดี๋ยวนี้อย่างน้อยต้องมีแก้วละ ๑ บาทเป็นอย่างต่ำ ก็ให้ดื่มฟรี ...

"นี่ที่ชาร์ตโทรศัพท์มือถือเหรอ" ผมชี้ไปที่กล่องไม้ที่มีหมายเลขเขียนติดไว้ พร้อมลูกกุญแจที่เสียบค้างไว้ให้ ..

นับว่าเจ้าของร้านนี้เป็นคนที่ละเอียดมากๆครับ เพราะการเดินทางไกลบางทีโทรศัพท์มือถือแบตหมดนี่ มันเป็นเรื่องที่กวนใจเรามาก

เรื่องให้ลูกค้าชาร์ตแบตฟรีๆแถมมีระบบความปลอดภัย ตรงนี้ผมให้ชนะเลิศเลยครับ ลูกค้าเอาโทรศัพท์มาเสียบปลั๊กทิ้งไว้ ปิดฝาใส่กุญแจ แล้วออกไปเดินเล่น อย่างน้อยต้องมี ๑๐ นาที แล้วจะไม่ซื้ออะไรเพิ่มเติมเชียวหรือ

....

หลังจากอิ่มท้องแล้วเราชาวคนโง่และน้าทอมก็ออกเดินทางสู่จังหวัดกระบี่กันครับ รู้สึกว่าคุณยายหลุยส์และงานของเธอรอเราอย่างกระวนกระวายที่ริมหาดแล้วล่ะครับ

ระหว่างทางผมงัดเอามือถือขึ้นมาบันทึกเสียงคุยกันระหว่างทาง เราคุยกันหลายเรื่องครับ ส่วนมากจะเป็นเบื้องหลังการทำงานประติมากรรมทั้ง ๓ ชิ้นที่เราจะไปชมกันนั่นแหละ เรื่องพวกนี้ไม่น่าจะมีใครรู้ดีเท่าครูแหลม ซึ่งทำมันมากับมือตั้งแต่เริ่มต้น .. นับตั้งแต่เริ่มพบศพด้วยซ้ำ

ครูแหลมเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวความโหดร้ายของเช้าวันที่ ๒๖ ธันวาคม วันสึนามิ!!!

"งานชิ้นนี้ ครูอยากทำทั้งที่ใครๆก็เตือนว่าอย่าทำเพราะมันจะขาดทุน" ครูแหลมเล่าจุดเริ่มต้นให้ผมฟัง

"แต่ครูแหลมอยากทำ เพราะมันเป็นงานของศิลปินระดับโลก อยากรู้ว่าเขาทำงานกันยังไง ถึงจะขาดทุนก็ยอม คิดซ่ะว่าเราทำเพื่อชาติก็แล้วกัน"

งานนี้รู้สึกว่าครูแหลมจะได้ทำ และได้สมพรปากจริงๆครับ ฮา ฮา ... ใครที่เคยทำงานกับราชการ แถมงานนั้นเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานคงรู้ดีนะครับว่า คุณต้องจ่ายอะไรบ้าง ... เพื่อที่จะเรียนรู้มัน

....

และเมื่อเรามาถึงหาดนพรัตน์ธารา และจุดแสดงงานประติมากรรม ครูแหลมพาผมเดินเข้าไปชมงานประติมากรรมที่เราตั้งใจมาชม ...

เวบแรกที่เห็น ผมไม่ผิดหวังกับงานของเธอเลยสักนิด เพียงเห็นประติมากรรมมือน้อยๆที่โผ่ลขึ้นมาเหนือสายน้ำ ผมเข้าใจถึงความรู้สึกของพ่อแม่ และญาตินับพันหมื่นแสนที่ต้องสูญเสียมือน้อยๆนั้นไป

ครูแหลมเอง ก็แทบน้ำตาซึมกับอารมณ์ที่เธอสื่อออกมาผ่านมือนั้น มันคงกระแทกครูแหลมจนอารมณ์ส่ายไปมาอยู่ไหวๆ

....

ขณะที่ผมเขียน Blog นี้ ผมนั่งอยู่ที่แมนชั่นราคา ๘๐๐ บาท ไม่ไกลจากงานประติมากรรมมากนัก ที่ผมนั่งรอที่จะเห็นกับตาตัวเองมาตลอดหลายเดือน และน่าจะเกือบปี

ในความอิ่มเอมนั้น มีสิ่งที่ทำให้รู้สึกแย่ และแย่มาก เมื่อ ผลงานประติมากรรมของศิลปิน ถูกเจ้าหน้าที่ระดับสูงสั่ง ... ตัดน้ำ และตัดไฟ

ส่งผลให้ความงดงามของประติมากรรมในยามค่ำคืน รวมไปถึงความสมบรูณ์แบบของสายน้ำที่ต้องกระเพื่อมผ่านมือน้อยๆ อันเป็นส่วนหนึ่งที่ศิลปินบรรจงถ่ายทอดความรู้สึกที่ถูกกระทบอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ต้องขาด หายไป

....

เวลาประมาณ ๑ ทุ่มกว่าๆ หญิงชายวัยกลางคนคู่หนึ่ง เดินทางมาไกลแสนไกลจากอีกซีกโลก เพื่อมารำลึกถึงมือน้อยๆที่เขาทั้งคู่ถูกสายน้ำและทะเลอันเชี่ยวกรากบ้าคลั่ง กลืนกินไปต่อหน้าต่อตาเมื่อ ๓ ปีก่อน

เขาทั้งคู่อยากใช้ความเงียบสงบยามค่ำคืน เพื่อรำลึกถึงมือน้อยๆนั้น

แต่ ... เมื่อมาถึงจุดหมาย เขาทั้งคู่กับได้แต่ยืนร้องไห้ ..กอดกัน อยู่หน้าทางเข้านั่นเอง ข้างๆสองคนนั้น มีป้าย แสดงเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทยว่า

"นี่คืองานประติมากรรม เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สึนามิ" ....

แต่บัดนี้ มันถูกเจ้าหน้าที่ไทย สั่งตัดไฟ .. เพื่อความการประหยั

....

คืนนี้ ขอผมนั่งและนอนสงบอารมณ์สักคืน .. แล้วพรุ่งนี้จะเล่ารายละเอียดถึงความงดงามของประติมากรรมชิ้นนี้อีกครั้ง ..

และคืนนี้ผมขอระงับการจัดวิทยุคนโง่สักคืนเพื่อประท้วงความ ... ของเจ้าหน้าที่นั้นครับ

*ไฟถูกตั้งเวลาให้เปิด และจะปิดอัตโนมัติเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน

...................................................


...กอดฉันไว้ให้แน่น
Hold Me Close

และ เข็มแข็ง..เอาไว้ “Stabile”




เราออกจาก กระบี่ด้วยความเศร้า




ระหว่างทางไปพังงา ครูแหลมกับพี่โจ้ แทบจะไม่ได้พูดกันเลย

ระหว่างทางเราซึมๆ พี่ทอมก็แก็สหมด เราแวะเติมแก็ส






และจิบกาแฟที่ทับปุด
เป็นกาแฟสดแก้วแรกของครูแหลม...รสดี...ทำให้หัวใจที่อ่อนล้า เต้นแรงขึ้นมาบ้าง



เกือบห้าโมงเย็น เรามาถึงผลงานประติมากรรม “Stabile” งานดูดีมาก






ครูแหลม รู้สึกได้ถึงความ แข็งแรง ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น





ผลงานประติมากรรมของ ลาร์ส อิงกลุน ผลงานติดตั้งที่ จังหวัดพังงา บริเวณบ้านบางเนียง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา




ประติมากรรม“Stabile” ของ Mr. Lars Englund ศิลปินชาวสวีเดน ผู้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดี ในวงการศิลปะโลก ลาร์ส อิงกลุน ศิลปินชาวสวีเดนผู้มีผลงานโดดเด่นในแนว minimalism แบบอเมริกัน เขาสร้างสรรค์ผลงานด้วยการใช้วัสดุทางอุตสาหกรรมสมัยใหม่




และปัจจุบันยังคงสร้างสรรค์งานด้วยรูปแบบเรียบง่ายอย่างต่อเนื่อง ตลอดทั้งมีการเล่นกับองค์ประกอบพื้นฐานของประติมากรรมและจังหวะการเปลี่ยนมุมมองทั้งในมุมแคบและมุมกว้างของผู้ชม ผลงานของ อิงกลุน จัดแสดงอยู่ในทั้งเวนิส ปารีส นิวยอร์ค และสวีเดน






เราออกจากจุดที่ติดตั้งผลงานประติมากรรม“Stabile” ครูแหลมพาพี่โจ้ไปดู ชาดหาด ที่สึนามิเข้า... มันไกลมากเลยครับ...โห...หาดสวยมาก



ที่นี่นักท่องเที่ยว จะเป็นประเทศแถบสแกนดิเนเวีย เป็นสวนใหญ่ มากันทั้งครอบครัว...และสูญเสียทั้งครอบครัวเช่นกัน




ออกจากหาด พาพี่โจ้มาดู เรือ ต.๘๑๓ ที่สึนามิ หอบมาไกลมากๆ ที่เชิงเขา



นักท่องเที่ยว ...ประหลาดใจทุกคน รวมทั้งพี่โจ้ของเราด้วยครับ



มองผ่านเรือ ต.๘๑๓ จะเห็นงานประติมากรรม “Stabile”





คนส่วนใหญ่ ไม่ทราบว่ามีงานประติมากรรม “Stabile” ร่วมรำลึกอยู่ด้วย





ดูเรือ แล้วแวะดูงานศิลปะ ด้วยนะครับ จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง

=ครูแหลม=
ดูภาพทั้งหมดที่นี่ครับ...



...กอดฉันไว้ให้แน่น Hold Me Close


และ เข็มแข็ง..เอาไว้ “Stabile”


...แล้วให้ใจ เป็นศูนย์กลางของ..."จิตจักรวาล"




เราออกจากพังงา ด้วยความเข็มแข็ง เราคือผู้ที่รอดชีวิต....ในครั้งที่ธรรมชาติโกรธเรา
พี่ทอม ค่อยๆพาเราสองคนไปข้างหน้าอย่างช้าๆ รถคันอื่นๆแซงเราไปหมด


แล้วเวลา..ก็บอกหกโมงเย็น เราถึงสะพานสารสิน พอดี ทันเห็นพระอาทิตย์ลับ...ที่เส้นขอบฟ้า


ไม่นานนักเราก็มาถึงที่...หาดกมลา ได้ทันเห็นผลงานประติมากรรมยามค่ำ โดนแสงสีสาด ดั่งงานว้ด









แต่พี่โจ้ทำท่าโกรธมาก ที่มีสิ่งแปลกปลอม มาปนเปื้อนงานของอุดร

...........................................................................































ประติมากรรมชิ้นที่ ๓ นี้ตั้งอยู่ที่ หาดกมลา อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต

ของศิลปินไทยนายอุดร จิรักษา ผลงานชื่อ “จิตจักรวาล”

ศิลปินหนุ่มอุดร จิรักษาผู้ชนะการประกวดออกแบบประติมากรรมอนุสรณ์สถาน เหตุการณ์จากภัยพิบัติสึนามิ

สำหรับประติมากรรมที่ติดตั้งในครั้งนี้ เป็นประติมากรรมของศิลปิน “อุดร จิรักษา” ชื่อ ผลงาน “จิตจักรวาล” ซึ่งในการจัดทำใช้เทคนิคการเชื่อมโลหะแสตนเลส ขนาด : 2.20 x 6 x 6 เมตร ลักษณะเป็นการทรงกลมมีเหล็กเชื่อมโยงทั้งรูปทรง ภายในใจกลางรูปทรงใช้รูปทรงของวงรีเพื่อสื่อถึงแกนและแรงหนุนของโลก โดยรูปทรงภายในจะมีลักษณะซ้อนกันอยู่เป็นชั้นๆ และมีการเชื่อมโยงกันตลอดเวลา หากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็จะส่งผลกระทบไปทั่ว

นายอุดร จิรักษา ศิลปินผู้สร้างสรรค์ปกระติมากรรมกล่าวถึงแนวคิดในการสร้างประติมากรรมในครั้งนี้ ว่า สิ่งที่มนุษย์เรียกว่าภัยพิบัติทางธรรมชาตินั้น เกิดจากการปรับเปลี่ยนทางธรรมชาติเพื่อความสมดุลและการดำรงอยู่ของพิภพเอง พลศาสตร์ของสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งเดียวกัน ส่งผลเชื่อมโยง ถ่ายเท แปรเปลี่ยนและเป็นพลวัตต่อกัน นับจากโครงสร้างอะตอ กายภาพทางเคมี พฤติกรรมมนุษย์ จนถึงระดับชั้นในจักรวาล เป็นวัฎจักรกลไกของชีวิตที่เชื่อมโยงรวมกันกลับไปสู่ความเป็นหนึ่งเสมอ

จากประเด็นแก่นสารนี้ จึงได้สร้างผลงานประติมากรรมอนุสรณ์สถานสึนามิ โดยใช้รูปทรงกลมที่มีลักษณะเป็นเส้นเชื่อมโยงกันทั้งรูปทรง ภายในใจกลางใช้รูปทรงของวงรี เพื่อต้องการสื่อถึงแกนและแรงหนุนของโลกที่หมุนรอบตัวเองและดวงอาทิตย์ที่สัมพันธ์กับสนามแม่เหล็กทั้งหลายในจักรวาลซึ่งต่อเนื่องกันออกไป

"ข้าพเจ้าได้ใช้รูปทรงของเส้นคลื่นในการนำเสนอถึงสิ่งที่มนุษย์เรียกว่า “ภัยพิบัติสึนามิ” ซึ่งทุกสิ่งย่อมมีเหตุมีผล (อิทิปปัจจยตา) แม้แต่การสูญเสียของชีวิตและสรรพสิ่งต่างๆ แต่ในการสูญเสียนั้นย่อมมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นแทนที่ควบคู่กัน”

..........................................................................................





แล้วครูแหลม ก็พาพี่โจ้ ไปดูหมานารา งานประติมากรรมรูปหมาของศิลปินญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่หาดป่าตอง






พี่โจ้อารมณ์ดีขึ้นบ้างหลังจากได้จิบ....เย็นๆ

.............................................................












ครูแหลมตื่น เช้าเพราะได้ยินเสียงครูที่โรงเรียนบ้านกมลา ปลุก

หลังจากโดนสึนามิโรงเรียนบ้านกมลาก็โดนคลื่นซัดหายไปหมด พระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ทหารช่างมาสร้างให้ใหม่ ใหญ่โตกว่าเดิมเสียอีก จึงเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๖












เดินเลาะชายหาด ที่ยังเงียบสงบอยู่ ไปดูงานอีกครั้ง ก่อนกลับบ้าน
...น้ำตาไหล...ซึมๆ ดีใจที่หาดกมลา กลับมาคึกคัก...กว่าเก่าเสียอีก








...แต่อีกนานกว่า จะทำให้ผู้คน(ไท)เข้าถึงงานศิลปะ ในเมื่อท้องยังหิวอยู่....
















เราแวะกินติ่มซำ ตอนสายๆ มือเช้าเช้า

กินคุณส่าหร่าย ตอนสี่โมงเย็น มื้อกลางวัน ที่ชุมพร

กินโรตี ตอนสามทุ่มที่หัวหิน เป็นมื้อเย็น


















กลับถึงบ้านตีสอง.....ตื่นเช้าไปสอนต่อที่พระราม๙

.....................................................................



ไม่อยากสรุป การไปทำงานสึนามิ ครั้งสุดท้าย

คิดถึงผลงานทุกชิ้นที่ทำ











ภูมิใจมากที่ทำงาน ระดับโลกให้กับประเทศไทย

ถ้าจะเกิดสึนามิขึ้นอีก ยืนยันว่า ผลงานสามชิ้นยังคงอยู่ อย่างแข็งแรงและทนทาน

คงมีโอกาสได้ไปดูงานประติมากรรมทั้งสามชิ้นอีก ในฐานะนักท่องเที่ยว ไม่ใช่ผู้สร้าง

ยินดีนำเที่ยว ผลงานสามชิ้น ตลอดเวลา เพียงแค่ทำให้ท่านรักงานศิลปะมากขึ้น

..............................................

เราเป็นเพียงคนโง่...ที่เลือกวิถี แห่งความสุข

ขอบพระคุณครับ
=ครูแหลม=

laemkom wrote on Jan 22, '09


โรงเรียนศิลปะแหลมคม

ที่พระราม

วันจันทร์ที่

เริ่ม โมงเช้า

เรียนเชิญทุกท่านครับ

เดือนกุมภาพันธ์ุ ๒๕๕๒

machatis wrote on Jan 12, '09
ขออนุญาต add contact นะคะ พอดีตอนนี้กำลังหาข้อมูลทำสารคดี "ด้วยพระบารมี.. ทำดีเพื่อแผ่นดิน" ทางช่อง 5 ค่ะ
พอดีเจอเรื่องลุงทมก็เลยมาเจอบล็อกนี้... โชคดีจัง :)
laemkom wrote on Jan 7, '09
หนูอยากได้ของขวัญอะไรกันจ๊ะ...คุณพ่อถาม

...ไม่อยากได้ค่ะ....แม่+ลูกๆตอบ

เราปลูกต้นไม้ กันนะคะคุณพ่อ...

ลูกๆ ไปเลือกซื้อต้นชบา ในเทศกาลปีใหม่

แล้ว....ดอกชบาก็บาน












ชบาบาน ชานรับ นับปีใหม่

ขอส่งใจ ไปถึง ซึ่งความหมาย


.............................................(ช่วยต่อให้หน่อยครับ)
laemkom wrote on Dec 24, '08
ปีพุทธศักราช ๒๕๕๒ ขอให้ท่าน....


๑.ต้องมีศรัทธา

๒.ต้องมีสติ

๓.ต้องมีสมาธิ

ศรัทธาแปลว่า = ความเชื่อ
เชื่อว่า…ทางเดียวที่จะนำไปสู่ความรู้แจ้งในธรรมแห่งความพ้นทุกข์ได้ ก็คือ การเจริญสติ ซึ่งเชื่อแน่ว่าจะดับทุกข์ได้ ก็จะทำโยนิโสมนสิการ (อ่านว่า โยนิโส-มะนะสิกาน)

โยนิโสมนสิการ แปลว่า = "การทำไว้ในใจโดยแยบคาย, การพิจารณาโดยแยบคาย" นั่นคือ ความเป็นผู้ฉลาดในการคิด คิดอย่างถูกวิธีถูกระบบ พิจารณา ไตร่ตรองสาวไปจนถึงสาเหตุหรือต้นตอของเรื่องที่กำลังคิด คือคิดถึงรากถึงโคนนั่นเอง แล้วประมวลความคิดรอบด้านจนกระทั่งสรุปออกมาได้ว่าสิ่งนั้นควรหรือไม่ควร ดีหรือไม่ดี เป็นวิถีทางแห่งปัญญา

สัมปชัญะนั้นมันแปลว่า = ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม

สัมแปลว่า = ความรู้สึก

ปะแปลว่า = ทั่ว

ชัญะแปลว่า = รู้ มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่ด้วยอำนาจของสติ

สติที่ระลึกได้ รวมกันเข้าก็เรียกว่า สติสัปชัญะ

สมาธิแปลว่า = การที่มีใจตั้งมั่นในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งอย่างแน่วแน่ คือ การมีใจจดจ่ออยู่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ไม่ฟุ้งซ่านนั่นเอง

=ลองทำดูครับ=
.....ครูแหลม.....
laemkom wrote on Nov 23, '08

๏ อย่าดื้อรั้นดันทุรังไปเลยลูก
เจ้าเห็นผิดเป็นถูกไปทุกเรื่อง
ทั้งการบุญการบ้านจนการเมือง
มีแต่เขื่องโข่งบ้าอัตตาตน

๏ บ้าอำนาจใช้อำนาจเข้าจัดการ
จนเสียบ้านเสียเมืองเป็นเบื้องต้น
เอาความรวยช่วยตัวยิ่งมัวมน
แล้วจะช่วยคนจนได้อย่างไร

๏ เอาเงินซื้อสารพัดไม่ขัดสน
แต่จะซื้อใจคนหาได้ไม่
อัปยศอดสูรู้แก่ใจ
จะโยนผิดให้ใครไม่พ้นตัว

๏ เอาเงินต่อเงินตั้งขึ้นบังหน้า
ยิ่งชั่วช้าสามานย์กบาลหัว
ยิ่งโหดเหี้ยมอำมหิตมืดมิดมัว
ยิ่งสะท้อนความกลัวของตัวเอง

๏ ยิ่งใช้ความชั่วช้าป่าเถื่อนถ่อย
ความเป็นคนยิ่งน้อยร่อยโหรงเหรง
เหมือนนกพรากจากรังยิ่งวังเวง
เตลิดเตลงหลงทิศ บินผิดฟ้า

๏ เนรคุณสูญสิ้นแผ่นดินแม่
หนทางแก้ผิดบาปที่หยาบหนา
คือต้องรับโทษกรรมตามเวรา
แต่อย่ามากราบแม่...แม่ไม่รับ !.

..........................................
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

laemkom wrote on Nov 21, '08
ถ้าสู้เขาไม่ได้เรากลับบ้าน

กลับบ้านใครบ้านเราแล้วอยู่เฉย

กลับไปนอนไม่ต้องคิดอะไรเลย

ทำเฉยเมยไม่ทุกข์ร้อนให้เปลืองตัว

แล้วก็ยกประเทศให้เปรตผี

พวกกาลีรุมกินเมืองก็ชั่งหัว

จะลบหลู่สถาบันไม่หวั่นกลัว

จะเนียนัวฉีกกฎหมายปล่อยตามใจ

จะล้างโทษบูชาแม้วเชิญเต็มที่

ไม่วอรี่ล่อให้หนำเลิกหวั่นไหว

จะโกงบ้านกินเมืองฟาดเข้าไป

จะกดหัวขี่คอใครไม่ยินยล

เพราะประเทศนี้สิ้นแล้วซึ่งคนกล้า

ไร้ราคาหมดแล้วทุกแห่งหน

สวมเครื่องแบบแต่ไร้ค่าความเป็นคน

ยกประเทศให้โจรครื้นเครงใจ...

ไชโย ๆ ๆ...ไช ๆ ๆ..โย ๆ ๆ ....

*********************************

=ที่มา=
http://www.oknation.net/blog/wayuboot2499
รณบุตร จุดไฟฝัน แบ่งปันฮัก ปฏิปักษ์คนกังฉิน กินบ้านเมือง
.
.
..
ทำดีไม่ต้อง...อาย
Join this Group!Add to My Yahoo
Report Abuse